Get the latest trading news
By orbix • Publish in Trading Guide • Jul 23,2026 • 3 min read

Executive Summary
ปี 2025 คือปีที่ทองคำเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงสู่สินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกสัปดาห์ตลอดปี 2025 [1] มูลค่าความต้องการทองคำทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ทองคำเพื่อการลงทุน ธนาคารกลาง และการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม มีมูลค่าทะลุ 555 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเพิ่มขึ้น 45%YoY [1] และปริมาณความต้องการรวมแตะ 5,000 ตันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ [1] จุดที่ต่างจากวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปคือแรงซื้อปีนี้มาจากการถือครองทองคำจริงเป็นหลัก ผ่านการลงทุนใน ETF เป็นแรงขับเคลื่อนหลักและธนาคารกลางเป็นแรงซื้อรองลงมา แม้ปริมาณการซื้อของธนาคารกลางในปี 2025 จะชะลอลงจากปีก่อน แต่ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำ เนื่องจากปริมาณซื้อสุทธิต่อปียังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงระหว่างปี 2010-2021 เกือบสองเท่าต่อเนื่องมาหลายปี
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ที่ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน [18] ตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเริ่มคลี่คลายลง และหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยุติหรือเบาบางลงต่อเนื่อง ต้นทุนขนส่งและต้นทุนการผลิตที่พึ่งพาพลังงานก็มีแนวโน้มลดลงตาม เปิดพื้นที่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกโดยตรงต่อทองคำ
สำหรับการประเมินผลตอบแทนราคาทองคำในอนาคต บทวิเคราะห์เลือกไม่อ้างอิงราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงินต่างๆ เนื่องจากเป็นมุมมองระยะสั้นที่ปรับเปลี่ยนตามข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดในแต่ละเดือน หากนำตัวเลขเหล่านั้นมาแปลงเป็นอัตราผลตอบแทนต่อปีโดยตรง จะได้ค่าที่สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับแนวโน้มระยะยาว บทวิเคราะห์จึงอ้างอิงข้อมูลราคาทองคำย้อนหลังจากสมาคมค้าทองคำแทน โดยกรณีพื้นฐาน (Base Case) ใช้อัตราการเติบโตแบบทบต้นย้อนหลัง 15 ปี (2553-2567) ที่ 6.4% ต่อปี กรณีแย่สุดอ้างอิงช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในอดีตที่ -8.3% ต่อปี ในทางกลับกัน กรณีดีสุดอ้างอิงช่วงที่ราคาทองคำเติบโตต่อเนื่องในอดีตที่ 14.3% ต่อปี ตัวเลขทั้งสามนี้ถูกนำมาใช้เป็นสมมติฐานผลตอบแทนของทองคำในอีก 3 ปีข้างหน้าสำหรับ MTS Gold Investment Token
MTS Gold Investment Token คือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนอายุ 3 ปี ออกโดยกลุ่มแม่ทองสุก ผู้นำธุรกิจทองคำระดับ Top 3 ของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 74 ปี เงินระดมทุนร้อยละ 90 นำไปซื้อทองคำแท่งจริงเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ส่วนอีกร้อยละ 10 กันไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนพิเศษ (Bonus) จากส่วนต่างราคาทองคำเมื่อครบอายุโครงการ การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกมีรายละเอียดอธิบายไว้ในหัวข้อที่ 3
บทนำ
ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทองคำต่อเนื่องในปริมาณที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ กระบวนการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และภาระหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่พอกพูนขึ้นจนเริ่มกระทบความน่าเชื่อถือทางการคลังของประเทศเหล่านั้นโดยตรง ทั้งสามปัจจัยชี้ไปในทิศทางเดียวกันคือการซื้อทองคำครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างทุนสำรองระยะยาว ไม่ใช่การเก็งกำไรตามวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์แบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
สำหรับนักลงทุนไทย ทองคำเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยบทบาทช่วยรักษามูลค่าเงินในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน กระจายความเสี่ยงของพอร์ต และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคาที่ปรับขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การถือทองคำแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดสำคัญสองประการ หนึ่งคือความผันผวนของราคาในระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนทนไม่ไหวและตัดสินใจขายก่อนถึงเป้าหมาย พลาดโอกาสเมื่อราคาฟื้นตัวในภายหลัง สองคือการถือทองคำโดยตรงไม่มีผลตอบแทนระหว่างทาง ผลตอบแทนทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับการปรับขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว
รายงานฉบับนี้จึงวิเคราะห์ MTS Gold Investment Token ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างข้างต้น โดยพิจารณาทั้งมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำ ความเหมาะสมของโครงสร้างผลิตภัณฑ์ และความสามารถของผู้ออกโทเคนในการปฏิบัติตามพันธะที่ให้ไว้กับนักลงทุน
หัวข้อที่ 1 : เหตุผลที่ทองคำถึงน่าสนใจในช่วงเวลานี้
ธนาคารกลางยังคงเป็นแรงซื้อหลักของทองคำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แต่แรงซื้อรอบสองจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยยังไม่เริ่มต้น
ปี 2025 คือปีที่ทองคำเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงสู่สินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ ราคาทองคำวิ่งทำสถิติใหม่แทบทุกสัปดาห์ตลอดปี 2025 [1] มูลค่าความต้องการทองคำทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ทองคำเพื่อการลงทุน ธนาคารกลาง และการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม มีมูลค่าทะลุ 555 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเพิ่มขึ้น 45%YoY [1] และปริมาณรวมแตะ 5,000 ตันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ [1] จุดที่ต่างจากวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์จุดที่ต่างจากวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปคือแรงซื้อปีนี้มาจากการถือครองทองคำจริงเป็นหลัก ผ่าน ETF ที่มีทองคำหนุนหลังจริงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และธนาคารกลางเป็นแรงซื้อรองลงมา
ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเขียนกฎการถือครองทุนสำรองใหม่ ธนาคารกลางทั่วโลกทยอยเปลี่ยนสถานะจากผู้ขายทองคำสุทธิมาเป็นผู้ซื้อทองคำสุทธิมาตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากทั้งการป้องกันความเสี่ยงในเรื่องเงินเฟ้อ และการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว แรงซื้อนี้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ชาติตะวันตกอายัดทุนสำรองของรัสเซียในปี 2022 ซึ่งตอกย้ำความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่มีคู่สัญญา ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองชนิดเดียวที่ไม่มีคู่สัญญาและไม่สามารถถูกอายัดได้ [4] ในช่วงปี 2022-2024 ธนาคารกลางซื้อทองคำสุทธิเกิน 1,000 ตันต่อปีทุกปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2010-2021 เกือบสองเท่า [1]
และยังซื้อต่อเนื่อง 244 ตันในไตรมาสแรกของปี 2026 [2] ในบรรดาผู้ซื้อทั้งหมด จีนคือรายที่น่าจับตามากที่สุด เพราะเป็นทั้งผู้ซื้อต่อเนื่องยาวนานที่สุดรายหนึ่ง โดยจีนซื้อทองคำเพิ่มต่อเนื่องมาแล้ว 20 เดือนติดต่อกัน ล่าสุดซื้อเพิ่ม 14.93 ตันในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 [15] ขณะเดียวกันจีนยังถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ราว 651 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 19% ของทุนสำรองทั้งหมด ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการปรับเปลี่ยนบางส่วนมาเป็นทองคำได้อีกในเชิงทฤษฎี [16][17]
- หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติหรือเบาบางลง ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ลดต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตที่พึ่งพาพลังงาน ทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับตัวลดลงตามมา แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เบาลงจะเปิดพื้นที่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน (Yield) เนื่องจากต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยจะลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI ได้ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลแล้วในปัจจุบัน จากความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน [18] สะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายลงบ้างแล้ว จึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนทิศทางราคาทองคำในอนาคต
หัวข้อที่ 2 : ทำไมต้องเป็นผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ใช่แค่ลงทุนทองคำทั่วไป
MTS Gold Investment Token ให้ทั้งผลตอบแทนคงที่และผลตอบแทนพิเศษจากส่วนต่างจากราคาทองคำไว้ในโครงสร้างเดียวกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังไม่พบเห็นทั่วไปในตลาดไทย
เงินที่ระดมทุนถูกจัดสรรเข้าซื้อทองคำจริงเป็นหลัก โดย 90% นำไปซื้อทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% เพื่อเป็นสินค้าคงคลังใช้ในการประกอบธุรกิจค้าทองคำแท่งของบริษัท ส่วนที่เหลือ 10% กันไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ (Working Capital) โดยในการเข้าซื้อทองคำแท่ง 96.5% จะเป็นการทยอยเข้าซื้อแบบ DCA เป็นระยะเวลา 10 วันทำการ และจะมีการประกาศราคาซื้อทองคำถัวเฉลี่ยเพื่อเริ่มโครงการ พร้อมทั้งปริมาณทองคำที่ซื้อได้จากเงินระดมทุน และในช่วงใกล้ครบโครงการ 3 ปี จะมีการเก็บข้อมูลราคาทองคำเป็นระยะเวลา 10 วันทำการ (ในช่วง T-20 วันทำการ ถึง T-11 วันทำการ) เพื่อคำนวณราคาขายทองคำเฉลี่ยเพื่อปิดโครงการ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นและป้องกัน price manipulation
ผลตอบแทนแบ่งเป็นสองส่วนที่ทำงานแยกกัน ส่วนแรกคือผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี (ก่อนภาษีหัก ณ ที่จ่าย) จ่ายทุกปีตลอดอายุโครงการไม่ว่าราคาทองจะขึ้นหรือลง ส่วนที่สองคือผลตอบแทนพิเศษ (Bonus Payment) จากส่วนต่างราคาทองขาขึ้นเมื่อครบอายุโครงการ แม้ราคาทองคำ ณ วันครบกำหนดจะต่ำกว่าราคาเริ่มต้นโครงการ นักลงทุนยังคงมีสิทธิได้รับผลตอบแทนคงที่ และมีสิทธิได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนยังคงมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับผลตอบแทนหรือเงินลงทุนเริ่มต้นคืน (Credit risk) ทั้งนี้ ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ ผู้ลงทุนยังคงมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับผลตอบแทน หรือเงินลงทุนเริ่มต้นคืน
- โครงการมีกลไกคุ้มครองนักลงทุนและมีแนวทางในการบรรเทาความเสี่ยงด้านเครดิต โดยผู้ออกโทเคนดิจิทัลมีหน้าที่ที่จะต้องดำรงสินทรัพย์หมุนเวียนให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่ามูลค่าเงินที่ระดมทุนได้ และในกรณีที่สินทรัพย์หมุนเวียนมีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด บริษัท แม่ทองโกลด์ จำกัดในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จะดำเนินการเข้ามาให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
ตารางที่ 1 เทียบกับทางเลือกอื่นในตลาด MTS Gold Investment Token คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเดียวที่รวมผลตอบแทนคงที่ การได้รับเงินต้นคืน และผลตอบแทนพิเศษจากส่วนต่างจากราคาทองคำไว้ในตัวเดียวกัน

หมายเหตุ: * การคำนวณผลตอบแทนของ MTS Gold Investment Token อ้างอิงสัดส่วนเงินลงทุนที่ผูกกับราคาทองคำเพียง 90% ประกอบกับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี (รายละเอียดวิธีคำนวณกรณีแย่สุด/กรณีพื้นฐาน/กรณีดีสุด ดูหัวข้อที่ 1) ทั้งนี้ ในกรณีแย่สุด (Worst Case) ผู้ลงทุนยังมีสิทธิได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปีพร้อมเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเต็มจำนวน ตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกโทเคนดิจิทัล จึงทำให้กรณีแย่สุดของ MTS Gold Investment Token ยังคงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเป็นบวก
** กลไกคุ้มครองนักลงทุนที่สำคัญคือ ผู้ออกโทเคนดิจิทัลมีหน้าที่ต้องดำรงมูลค่าสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตลอดอายุโครงการ (Covenant) โดยผู้ออกโทเคนดิจิทัลต้องจัดส่งตัวเลขสินทรัพย์หมุนเวียนให้ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนเป็นรายเดือน หากต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนจะแจ้งแม่ทองโกลด์เพื่อดำเนินการตามหนังสือแสดงคำรับรองสนับสนุนทางการเงิน
เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นในตาราง MTS Gold Investment Token ผสมคุณลักษณะของสินทรัพย์หลายประเภทไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ต่างจากทองแท่ง ออมทอง และ Gold ETF ที่ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับราคาทองคำเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีผลตอบแทนคงที่รองรับ และต่างจากหุ้นกู้ BBB+ ที่ให้ผลตอบแทนคงที่แต่ไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับราคาทองคำเลย โทเคนนี้ให้สิทธิได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี ควบคู่กับสิทธิได้รับผลตอบแทนพิเศษ (ถ้ามี) จากส่วนต่างราคาทองคำขาขึ้น โดยไม่มีเพดานจำกัดผลตอบแทน สิ่งที่ต้องแลกมาคือสภาพคล่อง เพราะโครงสร้างดังกล่าวมาพร้อมกรอบระยะเวลาการลงทุน 3 ปี โดยไม่มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรองระหว่างทาง ต่างจากทองแท่ง ออมทอง และ Gold ETF ที่ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตามจังหวะตลาดในแต่ละวัน ผู้ลงทุนจึงควรมั่นใจว่าจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ก่อนครบอายุโครงการ
หัวข้อที่ 3 : ความน่าเชื่อถือของผู้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มบริษัทแม่ทองสุก (MTS Gold)
ผู้ออกโทเคนดิจิทัลดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้บริษัท หิรัณ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ร่วมกันกับบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด ทำให้ทั้งสองบริษัทมีสถานะเป็นบริษัทพี่น้องกันในเชิงโครงสร้างมากกว่าจะเป็นนิติบุคคลเดียวกันหรือมีความสัมพันธ์แบบผู้ค้ำประกันต่อกันโดยตรง ด้วยเหตุนี้ การประเมินความน่าเชื่อถือของโครงการจึงควรพิจารณาจากภาพรวมของกลุ่มธุรกิจเป็นสำคัญ มากกว่าดูเฉพาะฐานะการเงินของผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพียงบริษัทเดียว เนื่องจากความแข็งแรงของธุรกิจและศักยภาพในการจ่ายผลตอบแทนล้วนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของทั้งเครือ
กลุ่มธุรกิจแม่ทองสุกดำเนินธุรกิจค้าทองคำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 หรือกว่า 74 ปี ภายใต้บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มจากโรงงานสกัดทองคำ MTS Refinery ที่ผลิตทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ต่อเนื่องมาสู่ชั้นกลางน้ำที่ทำหน้าที่นำเข้าและส่งออกทองคำกับธนาคารทองคำระดับโลก จนถึงชั้นปลายน้ำซึ่งเป็นเครือข่ายค้าปลีกกว่า 13 สาขาภายใต้แบรนด์ห้างทองแม่ทองสุก รวมถึงธุรกิจนายหน้าซื้อขายตราสารอนุพันธ์ทองคำและพันธมิตรแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเป๋าตัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครือธุรกิจนี้ไม่ได้พึ่งพารายได้จากช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว
จากข้อมูลปีบัญชี 2565-2568 กลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์อยู่ในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรมค้าทองคำไทยต่อเนื่องทั้ง 4 ปี โดยไต่อันดับจากอันดับ 3 ในปี 2565-2566 ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ในปี 2567 และรักษาตำแหน่งดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงปี 2568 ส่วนแบ่งตลาดขยับจาก 15.8% ในปี 2565 มาอยู่ที่ 25.3% ในปี 2568 ล่าสุดในปีบัญชี 2568 เอ็มทีเอส โกลด์มีรายได้รวม 3.52 ล้านล้านบาท สะท้อนทิศทางการเติบโตของธุรกิจที่ต่อเนื่องและมั่นคงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา [12][20]
ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ออกโทเคนดิจิทัลได้อาศัยข้อมูลการดำเนินธุรกิจในอดีตเป็นฐานในการจัดทำประมาณการอัตราการหมุนของสินค้าคงเหลือ หรือ Turnover เพื่อประเมินความสามารถในการชำระผลตอบแทนพื้นฐานตลอดอายุโครงการ 3 ปี โดยผลลัพธ์ของการประมาณการดังกล่าวแสดงไว้ในตารางถัดไป
ตารางที่ 2 ประมาณการงบกำไรขาดทุน (หน่วย: ล้านบาท)
หมายเหตุ: สมมติฐานค่าใช้จ่ายดำเนินงาน อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง ราคาทองคำ และ EBIT margin ทั้งหมดอ้างอิงจาก White Paper ของ MTS Gold Investment Token [10]
ตารางที่ 3 Coverage Ratio เทียบภาระผลตอบแทนพื้นฐาน
หมายเหตุ: จำนวนเงินภาระผลตอบแทนพื้นฐาน 3% ต่อปีตลอดอายุโครงการถูกคำนวณจากเงินระดมทุน 2,000 ล้านบาท
จากประสบการณ์ประกอบธุรกิจที่ยาวนานกว่า 74 ปีและชื่อเสียงในธุรกิจทองคำของประเทศไทย ผู้ออกโทเคนดิจิทัลมีพื้นฐานด้านเครดิตที่ค่อนข้างแข็งแรง หนุนด้วยประมาณการ EBIT ที่ครอบคลุมภาระผลตอบแทนพื้นฐานได้ 1.53 เท่า และหนังสือแสดงคำรับรองสนับสนุนทางการเงินจากแม่ทองโกลด์ อย่างไรก็ดี ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ถือเป็นการค้ำประกันตามกฎหมาย นักลงทุนจึงยังคงมีความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกโทเคนดิจิทัลโดยตรง ในสถานะเจ้าหนี้ไม่มีประกัน [9]
หัวข้อที่ 4 : ปัจจัยความเสี่ยงของ MTS Gold Investment Token
ตารางที่ 4 ความเสี่ยงหลักของ MTS Gold Investment Token มาพร้อมกลไกลดผลกระทบของความเสี่ยงที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า แต่กลไกเหล่านี้ลดความน่าจะเป็นของปัญหา ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงให้เป็นศูนย์



ทั้งนี้ Kubix ในฐานะ ICO Portal มีหน้าที่ติดตามและตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์หมุนเวียนของผู้ออกโทเคนดิจิทัลให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน และจะแจ้งให้ผู้ให้ความสนับสนุนทางการเงินทราบหากมูลค่าสินทรัพย์หมุนเวียนของผู้ออกโทเคนดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กลไกดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการติดตามเท่านั้น ส่วนกลไกที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกโทเคนดิจิทัลคือการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากผู้ให้ความสนับสนุนทางการเงิน อย่างไรก็ดี การให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าว มิได้เป็นการรับประกันผลตอบแทนหรือการรับประกันการชำระคืนเงินลงทุนเริ่มต้นแก่นักลงทุน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายหนี้ของผู้ออกโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ นักลงทุนจึงควรมองกลไกทั้งหมดข้างต้นเป็นการลดความน่าจะเป็นของปัญหา ไม่ใช่การขจัดความเสี่ยงให้เป็นศูนย์
หัวข้อที่ 5 : ข้อพิจารณาการลงทุน
MTS Gold Investment Token มีความน่าสนใจเชิงโครงสร้างสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากทองคำพร้อมรายได้ประจำ แต่เหมาะกับเงินลงทุนระยะยาว 3 ปีเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่มองบวกต่อทองคำ แต่ต้องการความแน่นอนของกระแสเงินสดควบคู่ไปด้วย ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ direct exposure ต่อราคาทองคำเต็มสัดส่วนเงินลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนพิเศษคำนวณจากสัดส่วน 90% ของเงินลงทุนที่นำไปถือทองคำจริงเท่านั้น หรือนักลงทุนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ภายในระยะเวลา 3 ปี
สัดส่วนที่ใช้อ้างอิงในการลงทุนขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของนักลงทุนแต่ละราย สำหรับการถือทองคำโดยทั่วไป World Gold Council (WGC) แนะนำระดับ Exposure ไว้ที่ประมาณ 2-10% ของพอร์ตรวม [21] ซึ่งถือเป็น baseline อ้างอิงสำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในพอร์ต อย่างไรก็ตาม MTS Gold Investment Token มีลักษณะเป็น Debt-Like จากสิทธิในการได้รับผลตอบแทนคงที่และสิทธิในการได้รับเงินต้นคืน นักลงทุนจึงอาจต้องปรับสัดส่วนตามระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ โดยใช้กรอบของ WGC เป็นพื้นฐานในการพิจารณาเบื้องต้น สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในพอร์ตอยู่แล้ว อาจพิจารณาแบ่งทองคำบางส่วนที่ถือครองอยู่มาลงทุนใน MTS Gold Investment Token แทน โดยคงส่วนที่เหลือไว้ในสินทรัพย์ทองคำที่มีสภาพคล่องสูงกว่า ทั้งนี้ตัวเลขข้างต้นเป็นกรอบอ้างอิงทั่วไป การจัดสรรที่เหมาะสมจริงขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและสถานะการเงินของนักลงทุนแต่ละราย
การถือ MTS Gold Investment Token ควบคู่กับทองคำสภาพคล่องสูงส่วนที่เหลือของพอร์ต ทำให้ได้ทั้งความแน่นอนของกระแสเงินสดและโอกาสรับผลตอบแทนเต็มสัดส่วนจากราคาทองคำ
ไปพร้อมกัน หากราคาทองปรับตัวลงหรือทรงตัว ส่วนที่ลงทุนใน MTS Gold Investment Token ยังให้ผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปีพร้อมสิทธิได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน ช่วยพยุงผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตไว้ได้บางส่วน ขณะที่ส่วนที่เหลือซึ่งถือเป็นทองคำโดยตรงจะขาดทุนตามราคาที่ปรับลง ในทางกลับกัน หากราคาทองปรับตัวขึ้นแรง ส่วนดังกล่าวจะรับผลตอบแทนเต็มสัดส่วนโดยไม่ถูกจำกัดไว้ที่ 90% เหมือน MTS Gold Investment Token การถือแบบผสมจึงทำหน้าที่ถ่วงดุลกันในทุกทิศทางของราคาทองคำ ปัจจัยที่ควรติดตามตลอดอายุโครงการ ได้แก่ ราคาทอง ณ วันเปิดโครงการซึ่งเป็นฐานคำนวณผลตอบแทนพิเศษ การสะสมทองคำของธนาคารกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง และและทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐที่ยังเอื้อต่อทองคำในช่วงปี 2569-2572 [5]
หมายเหตุ : บทวิเคราะห์นี้จัดทำโดย Corporate Strategy Division จาก orbix Trade ทั้งนี้ Kubix ในฐานะ ICO Portal และ Orbix Trade ในฐานะนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นบริษัทภายใต้กลุ่ม Orbix Holding และมีกรรมการผู้จัดการเป็นบุคคลเดียวกัน
แหล่งอ้างอิง
[1] World Gold Council. (2026, January 29). Gold demand trends: Full year 2025. Goldhub. https://www.gold.org/goldhub/research/gold-demand-trends/gold-demand-trends-full-year-2025
[2] World Gold Council. (2026, April). Gold demand trends: Q1 2026. Goldhub. https://www.gold.org/goldhub/research/gold-demand-trends/gold-demand-trends-q1-2026
[3] World Gold Council & YouGov. (2026, June 16). Central Bank Gold Reserves Survey 2026. World Gold Council. https://www.gold.org/goldhub/research/central-bank-gold-reserves-survey-2026
[4] J.P. Morgan Global Research. (2026, June 9). Will gold prices hit all-time highs again in 2026? J.P. Morgan. https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/commodities/gold-prices
[5] Morgan Stanley Research. (2025, October 22). Why gold's rally is likely to go on. Morgan Stanley. https://www.morganstanley.com/insights/articles/gold-price-forecast-rally-into-2026
[6] Congressional Budget Office. (2026, February 11). The budget and economic outlook: 2026 to 2036. Congressional Budget Office. https://www.cbo.gov/publication/61882
[7] Committee for a Responsible Federal Budget. (2026, January 22). What would a fiscal crisis look like? Committee for a Responsible Federal Budget. https://www.crfb.org/papers/what-would-fiscal-crisis-look
[8] World Gold Council. (2025, December 4). Gold outlook 2026: Push ahead or pull back. Goldhub. https://www.gold.org/goldhub/research/gold-outlook-2026
[9] Kubix. (2026, June). MTS Gold Investment Token: White paper. Kubix ICO Portal.
[10] ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (K Research). (2025, June 27). ทองคำ กลายเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับ 2 รองจากดอลลาร์สหรัฐฯ. Kasikorn Research Center. https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/info296-Gold-FB-2025-06-27.aspx
[11] ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank Business Research). (2569, มกราคม 22). ธุรกิจร้านทอง. วิจัยธุรกิจ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน). https://www.lhbank.co.th/economic-analysis/
[12] กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (DBD). (2568). ข้อมูลงบการเงินนิติบุคคล: บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. https://www.dbd.go.th
[13] ฐานเศรษฐกิจ (Thansettakij). (2568, กันยายน 17). เปิดรายได้ธุรกิจค้าทองคำ 'ฮั่วเซ่งเฮง' ยืนหนึ่ง 2.6 ล้านล้านบาท. ฐานเศรษฐกิจ. https://www.thansettakij.com/economy/639076
[14] MTS Gold Group. (n.d.). About us. MTS Gold Group. https://mtsgoldgroup.com/about-us/
[15] World Gold Council. (2026, July 2). Gold reserves by country. Goldhub. https://www.gold.org/goldhub/data/gold-reserves-by-country
[16] CEIC Data. (2025, October). China foreign exchange reserves. CEIC Data. https://www.ceicdata.com/en/indicator/china/foreign-exchange-reserves
[17] Trading Economics. (2026, May). United States US treasuries held by China. Trading Economics. https://tradingeconomics.com/united-states/foreign-treasury-holdings-china
[18] CNBC. (2026, June 16). Brent falls below $80 per barrel on report U.S. will allow Iran to sell oil immediately. CNBC. https://www.cnbc.com/2026/06/16/us-iran-peace-agreement-oil-prices-tankers-strait-of-hormuz-transit.html
[19] สมาคมค้าทองคำ. (2569). ราคาทองย้อนหลัง. สมาคมค้าทองคำ. https://www.goldtraders.or.th/
[20] Prachachat Business Awards 2026 (2026, June 5). อ้างอิงข้อมูล Creden Data และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า. Prachachat.net. https://www.prachachat.net/economic/news-2017241
[21] World Gold Council. (2026, April 1). Gold Market Primer: Market size and structure. Goldhub. https://www.gold.org/goldhub/research/market-primer/gold-market-primer-market-size-and-structure
[22] MINING.COM. (2023, March 14). Charted: 30 years of central bank gold demand. MINING.COM. https://www.mining.com/web/charted-30-years-of-central-bank-gold-demand/
ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต หรือผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอนาคต
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Next article

Content Writer

Price Alert คืออะไร
รู้จักฟีเจอร์ Price Alert ตั้งเตือนราคาที่ใช่ ไม่ต้องเฝ้าจอ จบปัญหาเข้าซื้อ-ขายไม่ทันเวลา
orbix
Jan 08,2024
4 min

Wallet Lock คืออะไร
รู้จักฟีเจอร์ Wallet Lock และวิธีการใช้งาน Wallet Lock
orbix
Jan 15,2024
4 min